การใช้ซิกซ์ซิกม่าสำหรับผู้บริหาร
Six Sigma for Execution
บทนำ
การใช้ซิกซิกม่าในองค์กร มีการนำมาใช้ในการลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพการบริการ
ซิกซิกม่าคืออะไร เป็นเครื่องมือบริหารเหมือน TQA , TQM ที่มุ่งเน้นความพึงพอใจลูกค้า เพื่อให้เพิ่มการซื้อ เทคนิคจะใช้เชิงวิทยาศาสตร์มีการคำนวนวัดค่าชัดเจน ทุกขั้นตอนต้องเป็นตัวเลขว่าเท่าไร มั่นใจเท่าไร ทดสอบสมมติฐาน สัมผัสได้
การส่งคนไปเรียนแล้วกลับมาทำแล้วประกาศทั่ว อย่างนี้ไม่ใช่ซิกซิกม่า การทำทุกขั้นตอนแต่ขาดเครื่องมือสถิติก็ไม่ใช่ หากส่งคนไปทุ่มแต่สถิติก็ไม่ใช้อีก ซิกซิกม่าต้องมีการจูงใจด้วย
ความรู้เองซิกซิกม่า
หากทุกขั้นตอนเป็นกระบวนการ จะมีตัวป้อน (มากมาย) แต่มีไม่กี่ตัวที่สำคัญ เท่านั้น KPIVs ตัวผลมากมายแต่สำคัญไม่กี่ตัว เป็น KPOVs ซึ่งลูกค้าจะเป็นคนบอกเองว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับอะไร แล้วย้อนกลับมาที่ KPIVs ว่ามีตัวไหนสำคัญแล้วส่งผลที่ลูกค้าต้องการ
นิยามซิกซิกม่า มีนิยาม วัดผล วิเคราะห์ ปรับปรุง และควบคุม เช่นนิยามของเสีย ก็ต้องมีการวัดผลสิ่งที่ลูกค้าต้องการกับสิ่งเป็นจริงแตกต่างกัน ก็ต้องมาวิเคราะห์เหตุปรับปรุง วงจรซิกซิกม่า DMAIC ก็คล้ายๆ PDCD แต่ละขั้นตอนต้องกำหนดใครคนทำ และเป็นสถิติด้วย
การทำขั้นตอนการวัด เอสกำลัง 4 The S4 การวัด KPOVs ดูที่ลูกค้าดูช่วงว่าง KPIV
การวัดอัตราของเสีย หากการวัดผลลัพธ์ทั้งหมด (ดีกี่%) อาจรวมงานแก้ไปแล้ว (Rework) ดังนั้นก็ต้องดู yield ครั้งแรก หากเราวัดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ใช้ KPI เป็นตัวขับดันการทำงาน เช่นอยากรวยก็ต้องหาเงินทุกวิถีทาง อยากเป็นคนดีก็ไม่เป็นต้องมีเงิน
S4 ด้านการวัดมีวางแผนโครงการ วางเส้นอ้างอิง พิจารณาใช้เครื่องมือที่ประหยัดๆ การวิเคราะห์การวัดสอบเทียบการวัด และสร้างองค์กรแห่งปัญญา
หากการวัดแย่มาก ได้ yield 85% นั้นจริงหรือ อย่างนี้ลำบาก ก็ต้องมีการยกสอบเทียบการวัดให้น่าเชื่อถือ การวัดก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่หรูหรา
การสร้างภูมิปัญญาองค์กร อาจให้คนเชี่ยวชาญมีประสบการณ์มานั่งคุยแบ่งปันความรู้กัน
การทำให้ หกซิกม่าให้เป็นงานประจำวันได้หรือไม่ ตอบไม่ควรควรทำเป็นโครงการๆ ทำแล้วจบ แล้วเริ่มใหม่จะดูดี และทำให้ตื่นตัวเคลื่อนไหวคืบหน้าไปเรื่อยๆ หนึ่งโครงการไม่ควรเกิน 4 -6 เดือน
การสร้างตัวชี้วัดที่เห็นภาพได้ มีโครงสร้างองค์กรที่ดีจะได้ฝั่งแน่นในองค์กร
ตัวอย่างลูกค้า ต้องการมาตรฐานกำหนด 72 - 78 หากทำได้ 76.2 วันต่อมา 78.2 เริ่มเกิน โจลงไปแก้ปัญหา ต่อมา 4 วันต่อมา เล็กเกินไปเป็น 71.8 ส่งเมลส์ไปแล้วแล้วปัญหาก็หลุดอีก ส่งคนไปแก้อีก ปัญหามีอีก นายเริ่มโมโห ทำไมเกิดอีก สุดท้ายเข้าไปแล้ว แล้วสำเร็จแล้วก็เกิดอีก เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ
จงเปลี่ยนมุมมองผู้บริหารใหม่ หากเรารู้ทางสถิติความผันแปรทางสถิติ การทำชิ้นงานมาก็จะพบว่ามันไม่เท่ากัน สเกลการวัดอาจหยาบจนจับไม่ติดถึงความผันแปร
การกระโดนจาก 72 เป็น 78 เป็นแบบธรรมชาติ หรือแบบผิดปกติผิดๆ จากคนไปปรับแต่งหรือกราฟควบคุม
ดูกราฟควบคุม ตาม Spec. Limit บน - ล่าง หากขนาดเกิดขึ้นนอกเส้นควบคุม เป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ชอบ การควบคุมการแกว่งตาม Normal distribution ที่ +3 ซิกม่า หากการแกว่งตามธรรมชาติมีกว้างกว่าที่ลูกค้าต้องการ โอกาสที่จะอยู่นอก/ใน ให้มีวงแคบลงมากกว่า
การทำให้สถิติชั้นสูงเข้าใจง่าย นำเสนอกับผู้บริหารชั้นสูงเข้าใจ เป็นสาระสำคัญ
S4 มีแนวคิด ในระดับดาวเทียมและบินระดับเครื่องบิน ฝรั่งจะใจร้อนขอผลเลย แต่ญี่ปุ่นอาศัยร่วมมือในการแก้ปัญหา
มิติด้านระดับกลยุทธ์ (ระดับดาวเทียม) ได้แก่กำไร ยอดขายเพิ่มรายได้เพิ่ม ผลตอบแทนการลงทุนดี กระแสเงินสดไหลคล่อง
มิติด้านระดับเครื่องบิน (ระดับจัดการ) ได้แก่ อัตราข้อบกพร่องน้อยรอบเวลาไม่มาก ของสูญเปล่าน้อย การขายเป็นที่ยอมรับ ลูกค้าพึงพอใจมา และส่งมอบตรงเวลา
มิติรอง ได้แก่ Cp , Cpk , ระดับคุณภาพดี ยอดรับสูง (yield)
กลยุทธในเรื่อง 6 ซิกม่า มีมิติด้านภายใน ได้แก่การปรับปรุงให้ลูกค้าพอใจ และมิติด้านสิ่งอำนวยประโยชน์ ได้แก่ประสบการณ์บริษัทที่ใช้ 6 ซิกม่าในการบรรลุความสำเร็จ
สิ่งจำนวนประโยชน์ด้าน 6 ซิกมา มีคนสนับสนุน ได้แก่ฝ่ายจัดการ ทีมกลาง แชมเปี้ยน สายดำ/สายเขียว (BB/GB) งานอื่นๆ ที่สนับสนุนมีสปอนเซอร์โครงการ ฝ่าการเงิน
บทบาทและหน้าที่ทางซิกซิกม่า มีสนับสนุนงบ ประเมินเวลา มอบทำแผนจูงใจ แบ่งความรับผิดชอบ ต้องการการทำปฏิกิริยาตอบโต้ การฝังลงในองค์กรมีน้อย หากผู้บริหารไม่ขยันและไม่ให้ความสำคัญ ให้ผู้บริหารมาให้โอกาส ให้ความเห็น ให้แรงจูงใจ โชว์ตัว ที่มีปัญหาผู้บริหารนัดแล้วอยู่ไม่ได้ ต้องสนใจ จริงใจ และมาปรากฎตัวด้วย
ต้องมีทีมกลาง มี คอยกำหนดขั้นตอน เงื่อนไขคัดเลือก ทำโครงการ BB (Black Belt) อาจต้องมีผลตอบแทนมากเกินกว่า 10 ล้านบาท ควรเป็นโครงการที่เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
แชมเปี้ยน เป็นใครเป็นคนคัดเลือกหัวข้อ สนับสนุนใกล้ชิดทีม BB
ทีม BB คนที่ทำตามขั้นตอน จากการวัด คิด Saving ด้วย เป็นมดงานที่ขยัน
การอบรม BB เป็นรุ่นๆ ปีละ 2 - 3 รุ่น เรียน 1 สัปดาห์ ทำงานจริง 3 สัปดาห์ นำเสนอวิเคราะห์ 1 สัปดาห์ แล้วไปทำจริงต่ออีก 3 สัปดาห์ มาสอบปรับปรุง ทำอีก 3 สัปดาห์ และควบคุม 1 สัปดาห์
ใครที่ควรเป็น BB เก่งวิชานั้นไม่เท่าไร เพราะคอมพิวเตอร์จะคำนวณให้ ควรมีความสามารถพูดในสิ่งยากๆ ให้ฟังดูง่าย ประสานงานเก่ง ปรับปรุงทั้งกระบวนการ ยุ่งเกี่ยวกับคนหลายคน โน้มน้าวจิตใจเก่ง ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เป็นคนที่องค์กรยอมรับ ห้ามส่งคนที่องค์กรไม่ต้องการออกมา เป็นการคิดผิด ต้องส่งดาวมา สามารถคิดได้แก้ปัญหาได้มาก มีทักษะคอมพิวเตอร์ ในการนำเสนองาน การทำดี แต่ BB พูดไม่เก่ง อาจล้ม หาก BB พูดนำเสนอดีพูดตื่นเต้นให้ผู้บริหารระดับสูงถึงในเวลา 1 ชั่วดมง อาจต้องสนับสนุนคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคส์เป็น Reward การที่ BB ทำงานเหนื่อยหน่ายแล้วไม่มีใครยอมให้ความร่วมมือ BB ก็จะไปหาแชมเปี้ยนเพื่อปรึกษา
สปอนเซอร์เป็นเจ้าของพื้นที่ อำนวยประโยชน์ให้ทุกอย่าง การวัดผลขอให้มองภาพรวมการปรับปรุงบางกระบวนการให้ดีขึ้น อาจทำให้เพื่อนบ้านแย่ลงได้ ให้วัดผลที่การเงินทางออกสุดท้ายด้วย
การประเมินผลงานประจำปีให้เอาซิกซ์ซิกม่ารวมอยู่ในรายการประเมินด้วย
การจัดองค์กรมีผู้นำ.....แชมเปี้ยน......สปอนเซอร์......BB
ควรใช้ BB แบบเต็มเวลา เอาออกจากงานประจำเลย แต่คนไทยชอบให้ BB ทำงานทั้ง 2 งาน ครึ่งเช้าซิกซิกม่า ครึ่งบ่ายงานประจำ จงคิดให้เอาคนหนึ่งออกมาทำเต็มที่ได้ประหยัดเงินกำไรมากกว่าเยอะ
ขั้นตอนการคัดเลือกโครงการ เลือกผิด Saving น้อยผิดจุด ต้องเลือกให้ตรงเป้าหมายองค์กร เช่นกำไรยอดขายมากกว่า 15% ว่ามีอะไรบ้าง พิจารณาว่าอยู่ที่ไหน แล้วมาคัดดูว่ามี BB ไหนสอดคล้องก็เลือกเรื่องนั้นมาทำ เช่นลดต้นทุนบริหาร ลดต้นทุนผลิต เพิ่มสินค้าใหม่ก็มาดูว่าอะไรเป็นไปได้สูง ในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ทำชาร์ต สัมมนาแชมเปี้ยน มาเลือกโดยการอาจมี 5 โครงการ แล้วเลือก BB มาคัดเลือกโดยใช้เมตริกซ์ โดยกำหนดเงื่อนไขดังนี้
มีข้อมูลพร้อม งบไม่มาก ให้ผลไม่เกินเดือน สนับสนุนเป้าหมายองค์กร ให้ผลตอบแทนสูง ก็ให้มาลงมติลงเสียงให้คะแนนในแต่ละโครงการโดยให้น้ำหนักถ่วงในแต่ละเกณท์ตามความสำคัญโครงการไหนมีคะแนนสุงสุดก็นำมาทำ BB
ขอบเขตโครงการมีเวลาจำกัด มีลดของเสีย ลดข้อร้องเรียน อาจใช้เวลานาน ต้องบีบขนาดโครงการให้ลดลงเหมาะเวลา แต่ Saving ให้คุ้ม
การทำแผนแถลงปัญหา (Problems Statement) อธิบายปัญหาคร่าวๆ เพื่อกระตุ้นแนวคิดคนในองค์กรให้รู้ทั่วกัน ร่วมกันทำแผ่นโครงการ (Project Charter) แสดงความเข้าใจต่างๆ มีรายละเอียดโครงการ วัดอะไร นิยามเป้าหมาย ลูกค้าได้อะไร ทีมเป็นใคร ทำเป็นสัญญาใจระหว่างทีม BB กับทีมบริหารให้ผู้บริหารระดับสูงเซ็นต์ตกลงใจที่แบบนี้
การตรวจลงระหว่างทีมกลางกับ BB ต่อรองถึงเวลา งบประมาณ ของตนต่อรองเป้าหมาย
การทำ DM - A - I C จบแต่ละเฟสให้มีคนมาฟังด้วย การนำเสนอต้องทำให้ดูสำคัญยิ่งใหญ่ เฟสต่างๆ ไฟที่โรงแรมดัง เชิญกินกาแฟร่วมกับฝ่ายบริหาร ต้องทำให้ยิ่งใหญ่หน่อยๆ ไม่กร่อยๆ เหมือนงานปกติ
กรณีศึกษาการใช้ซิกซิกม่าในงานผลิต ประเภทธุรกิจ ผลิตเครื่องประดับอัญมณี ส่งออกอเมริกาและยุโรป ปัญหาที่พบคือต้นทุนวัตถุดิบขึ้น ค่าแรงสูง ตลาดแข่งขัน ลูกค้าต่อรองกดราคา ใช้วัตถุดิบเปลือง
มีโรงเรียนฝึกเจียรนัยเพชรเอง
ค่าแรง/กะรัต สูงกว่าคนอื่น ทั้งจากอินเดียและจีน สู้คนอื่นได้เพราะฝืมือล้วนๆ ซึ่งคู่แข่งวันหนึ่งก็จะตามทัน ต้องหาเทคนิคซิกซิกม่ามาช่วยลดต้นทุนการผลิตแบบก้าวกระโดดเห็นผลชัดเจน
แนวทางทำโครงการ ก็ทำโดยนำชาร์ต 4 ระดับ
- เป้าหมายองค์กร
- กลยุทธ
- พื้นที่มีแนวโน้มปรับปรุง
- โครงการรองรับ
วิธีการผลิต เอาเพชรมาคัด เลือกบริเวณที่ให้ผลตอบแทนดี ต้องใช้เรเซอร์ยิงตัด ตัดอย่างไรการสูญเสียวัตถุดิบดีขึ้น ลดค่าจ่ายต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน แฟกซ์บ่อย บินไปดูงานบ่อย จะปรับปรุงออกแบบอย่างไรดี การจัดเก็บบัญชี การรักษาใบมีดให้ทนทาน
ทำโครงการให้เสร็จภายใน 6 เดือน จ้างที่ปรึกษาก็แค่ 6 เดือน ทำโครงการคัดเลือกให้นำหนักโดยฝ่ายบริหารและแชมเปี้ยน
วิธีการให้คะแนน ห้ามใช้ค่าเฉลี่ย ต้องเป็นฉันทามติรวม ข้อไหนแตกต่างให้คุยกัน จนกำหนดลงเป็นเสียงเดียวกัน
การทำใบสำคัญแสดงปัญหา เช่น มากกว่า 50% ของเพชรมีการสูญเสียน้ำหนักเกินกว่าค่าที่ย่อมรับได้ คิดเป็นการสูญเสีย 10 ล้านบาท/ปี ควรทำให้ผลออกเป็นเงิน หรือตัวเลข
เฟสวัด : วัดการสูญเพชรจากอะไรดี สุ่มตัวอย่างทั้งหมด ใช้เครื่องมือง่ายๆ ใน
การวัดได้หรือไม่
เฟสวิเคราะห์ : หาสาเหตุ ชี้กระบวนการหลัก กำหนดตัวป้อนที่สำคัญ
เฟสปรับปรุง : ทดสอบปัจจัย
เฟสควบคุม : ทำแผนควบคุม การผลิต
การอธิบายกระบวนการ มีรับเพชร วัดน้ำหนัก ตั้ง จัดเลเซอร์ ตัด วัดน้ำหนัก คำนวณการสูญเสียไปยังกระบวนการถัดไป
มิติการวัด
ตัวหลัก : % การสูญเสีย ที่เกินเป้า
ตัวรอง : วัฏจักรเวลาการตัด
เอาเพชรแต่ละเม็ดมาวัด แปรค่าตามน้ำหนักการวัด และวัดตัวสูญเสีย
แบ่งเพชรเป็น 9 ช่วง %การสูญเสียที่ยอมรับได้ 1.5% (คิดหลักการเงินว่ามากกว่านี้ขาดทุน หากคิดทางวิศวกรรมจะคำนึงด้านเทคนิค) แล้วดูการสูญเสียที่เกินกำหนด เป็นเกินกี่% สูญเสียเงินกี่ล้านบาท การแจกแจงตามนี้ เราก็จะพบว่าตัวขนาดที่สูญเสียมากๆ (ตามพาเรโต) ให้นำมาแก้ก่อน เช่น ขนาด 1.31 - 2.00 มม. ให้พิจารณาแค่นี้เพื่อลดขอบเขตงานลง
มาวิเคราะห์ความผันแปร ตามขนาดที่เลือก เรามาดูการกระจายตัวตาม Normal distribution เป็นอย่างไร
มาพิจารณาตัวแปรสำคัญ เครื่องตัดเพชรมีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่อ การสูญเสียของเพชร เช่น มุมเพชร ฯลฯ ลองปรับตัวแปรเพื่อให้การสูญเสียลดลง
ขั้นปรับปรุง (ขนมปัง......มี เวลา อุณหภูมิ ให้ความนุ่มเป็นอย่างไรจึงจะได้ค่าดีสุด) จาก 4 ตัวแปรหลักของเครื่องตัดเพชรมาออกแบบการทดลอง มาทดสอบโมเดลคณิตศาสตร์ หาค่ากราฟ (Eigen value) กราฟจะคว่ำหรือหงาย หาจุดเหมาะ หาระบบที่เหมาะ (Eigen vector) เคลือบระบบออร์ดิเนต
การทดสอบการทดลอง ลองปรับตัวแปร เขาก็จะทดลองปรับโดยใช้ประสบการณ์ช่วยจะได้ลดจำนวนครั้งที่ทดลองในแต่ละตัวแปร ตัวแปรมีมุมหัวตัด มุมเปิด ฯลฯ ขนาด 4 ตัวแปร ต่อผลการสูญเสีย
หาโมเดล 2 nd Regression ของตัวแปร x1 และ x2 ค่า Eigen จะมีจำนวนเท่าตัวแปร ถ้าค่า Eigen เป็น + ทั้งคู่ เป็นกระทะหงาย (Minimize) ถ้าค่าเป็น - ทั้งคู่เป็นกระทะคว่ำ หาก + และ - จะเป็นอานม้า
ค่าที่เป็นไปได้เล็กที่สุดเท่าไร
นำกราฟ 2 ตัวแปรเข้า เช่น Z - Step และ Transverse มาทำ Contour เส้นการสูญเสียเท่ากัน จะเลือกจุดไหนที่ให้ต้นทุนต่ำสุด และทำได้ง่ายทางปฏิบัติ
ดูผลค่าตัวรอง เช่นรอบการคัดเพชร ลดลงด้วยวาดกราฟ Normal distribution ก่อนและหลังปรับปรุงมาเทียบเคียงกัน จะพบว่า SD ต่ำลง การสูญเสียลดลง โอกาสขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้น
สามารถลดการสูญเสีย ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ผลตอบแทนเร็วมาก ตรวจสอบซ้ำดูได้
กรณีศึกษาการใช้ซิกซิกม่าในคนบริการ
เป็นธุรกิจร้านอาหารกินด่วน มีแฟรนไซด์ทั่วประเทศ ส่งมอบถึงบ้านด้วย จากการดำเนินงาน มักถูกร้องเรียนว่าทำช้า ลูกค้าเปลี่ยนใจไปเข้าร้านอื่น การจูงใจโดยให้แสตมป์สะสมก็ไม่ดีขึ้นนัก
การทำชาร์ตที่เป้าหมายธุรกิจ ลดเสียงบ่น เพิ่มเมนูอาหารกลยุทธ์ เรื่องการประกอบอาหาร การส่งอาหาร มุ่งเน้นที่ สเต็ก โครงการรองรับมีบริการ ลดเวลาประกอบอาหาร ทำ R&R (ทำครั้งแรก 15 นาที ทำครั้งต่อไป 30 นาที อย่างนี้มีความผันแปรทำซ้ำไม่เท่ากัน ให้แต่ละคนทำ ทำงานได้เท่ากันหรือเปล่า (Proven & Individual)
กำหนดเกณฑ์ ให้น้ำหนักถ่วง
ทำชาร์ตโครงการ มีโครงการ เริ่มจากวัดอย่างไร Cpk จัดเป้าหมาย
ก่อนปรับปรุงให้มีการสำรวจลูกค้าก่อน เช่น รอนานแค่ไหนจึงจะพอดี ไม่ช้าไป เร็วไปส่วนใหญ่เลือกแค่ 10 นาที เราไม่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าทุกคนได้ แต่เลือกตอบสนองกลุ่มบางกลุ่มได้
ไปเก็บข้อมูล ตั้งแต่สั่งอาหารสูงสุดต่ำสุดได้เฉลี่ย 10 นาที ดูปัญหาที่รอนานเกิน 10 นาที มาจากอะไร
การใช้เครื่องมือง่ายๆ มีเขียนขั้นตอนลงไปมีการขนส่งผลิต รอคอย พัก แล้วลองคิดดูว่าลดขั้นตอนที่ยังไม่จำเป็นออกได้หรือเปล่า ลดลงไปได้ 6 ขั้นตอน ลดเวลาได้หรือเปล่า แยก/รวม ขั้นตอนได้หรือไม่
ใช้กราฟควบคุมมาดูค่าจริง ลองพิจารณาต่อวิเคราะห์ ความผิดพลาดหรือโอกาสผิดพลาด (FMEA) ลองระดมสมองดู ช่วยกันคิด เช่น สั่งผิด ทำผิด ใบสั่งอาหารหาย แล้วมาประเมินความสำคัญ เชิงความถี่ หากเกิดขึ้นถี่แค่ไหนถึงเครียด มาตรการป้องกันเดิม ดีอยู่หรือเปล่า หากดีได้ 9 หากไม่ดีให้ 2 คะแนน เป็นต้น
การลดความผิดพลาดการประกอบอาหารนานเกินไปการปรุงน้อยกว่า ชนิดอาหารมี ปิซ่า คนครัว รูปแบบห้องอาหาร ลองไปออกแบบการทดลอง ชนิดอาหารครัวแบบที่ 1 กับคนที่ 1 ให้ทุกเงื่อนไขพบกันหมด ก็จะได้ 18 การทดลองแล้วแต่ละรูปแบบทำ 2 ครั้ง เพื่อลดความแปรปรวน
เอาปัจจัย 3 เหตุ มาทดลองกราฟดู ตามชนิดอาหาร ผังครัว มาดูคนครัวตามแบบผังครัว
สรุปผล อาหารอะไร คนครัวไหน รูปแบบครัวไหน ที่ให้ผลดีที่สุด
วัดกราฟควบคุม จะทำให้ SD ลดลงมาก
ซิกซิกม่า เป็นการพัฒนาระบบการปรับปรุงงานและแก้ปัญหา ผ่านทางสถิติขั้นตอน ให้เห็น SD ลดลง หลังจากการปรับปรุง โดยเห็นเหตุปัจจัยเข้าการทดสอบ และการทำตาม ตามหลัก DMAIC คือ นิยาม วัด ตั้งสมมติฐาน วิเคราะห์ ปรับปรุงและควบคุมสามารถใช้ได้ทั้งงานผลิตและบริการ
การทำโครงการซิกซิกม่า พร้อมกันหลายๆ โครงการ อาจไม่ดี ให้คำนึงถึงความสามารถ ของคนและทรัพยากรบุคคล การทำโครงการต้องให้หน่วยบัญชีมาช่วยวัดผลด้วย ในอุตสาหกรรมอาหาร การชั่งน้ำหนักไม่เผื่อเกิน 1 กรัม ขายมากๆ อาจ Saving ปี เป็นล้านบาท
การส่งคนไปอบรมทั้งสายเขียว (Green Belt) และสายดำ (Black Belt) ก็จะช่วยทำให้การทำซิกซิกมาได้ผลดีขึ้น
|